10 หุ้นไทยน่าเล่น เซียนหุ้นต้องมีติดพอร์ต!

10 หุ้นไทยน่าเล่น เซียนหุ้นต้องมีติดพอร์ต!

10 หุ้นไทยน่าเล่น เซียนหุ้นต้องมีติดพอร์ต!

      10 หุ้นไทยน่าเล่น บริษัทจดทะเบียนบางบริษัทเป็นที่น่าสนใจ และน่าจับตาจากการที่มีบรรดานักลงทุนชื่อดังหรือเซียนหุ้นเข้าไปมีชื่อปรากฏในรายนามของผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับ และเมื่อสำรวจลึกลงไปจะพบ 10 หลักทรัพย์ที่มีเซียนหุ้นมากกว่า 1 คนเข้าไปร่วมถือหุ้นด้วย 

       ทั้งนี้ ทีมงานได้รวบรวมจากพอร์ตนักลงทุนชื่อดัง อย่าง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร และครอบครัว ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และครอบครัว  นายสถาพร งามเรืองพงศ์  นายนเรศ งามอภิชน นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี  นายพีรนาถ โชควัฒนา นายวิชัย วชิรพงศ์  นายมิน เธียรวร และลูกชาย (นักลงทุนรุ่นเก๋า มือการเงินเจ้าสัวซีพี) นายธำรงชัย เอกอมรวงศ์  นายภาววิทย์ กลิ่นประทุม  นายพะเนียง พงษธา  นายณภัทร ปัญจคุณาธร 

 

        เชื่อว่าสำหรับคนที่อยากนำเงินไปลงทุนอะไรสักอย่างให้งอกเงย ตัวเลือกแรกๆ คงจะเป็นหลักทรัพย์ที่เรียกว่า หุ้น เนื่องจากปัจจุบัน มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการลงทุนในหุ้น

       ส่งผลให้มีกระแสที่อยากจะลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เข้าใจว่าหุ้นคืออะไร และไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มศึกษาอย่างไร ?

หุ้นคืออะไร?

     หุ้น คือ สิทธิ์ความเป็นเจ้าของในกิจการหรือบริษัท ซึ่งจะแบ่งหน่วยความเป็นเจ้าของเป็นหุ้นตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่มีถืออยู่

     กล่าวคือการลงทุนหุ้นก็เหมือนลงทุนในกิจการ เช่น ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของ ธนาคารคุณก็อาจจะซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งไม่ต้องใช้เงินเยอะก็สามารถเป็นเจ้าของบริษัทได้

     โดยสิทธิความเป็นเจ้าของจะรวมถึงการมีสิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น หากใครมีสัดส่วนหุ้นมากก็จะมีสิทธิออกเสียงมาก และรวมถึงสิทธิในการได้รับปันผลกรณีเมื่อบริษัทมีกำไรอีกด้วย

หุ้นซื้อขายกันอย่างไร ?

      หากบริษัทต้องการระดมทุนโดยไม่ใช่การก่อหนี้บริษัทมหาชนจำกัด สามารถระดมทุนได้โดยการออกหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปได้ โดยอยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

      ซึ่งหุ้นบริษัทที่ออกขายแก่ประชาชนเป็นครั้งแรกจะถูกเรียกว่า หุ้น IPO ( Initial Public Offering ) โดยมีผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriter) เป็นตัวแทนขาย กระบวนการนี้จะเรียกรวมว่า ‘ตลาดแรก’

      ส่วนถ้านักลงทุนต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นที่ซื้อมาจากตลาดแรก นักลงทุนสามารถทำได้ใน ‘ตลาดรอง’ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยราคาจะเป็นไปตาม อุปสงค์อุปทาน ของตลาด

       หุ้นในตลาดรองจะทำการซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์(Broker) ซึ่งตลาดรองจะทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้สะดวก หรือ เรียกว่าตลาดรองทำให้เกิดสภาพคล่องมากขึ้น

ผลตอบแทนที่ได้จากการถือหุ้น

     การลงทุนทุกชนิดย่อมต้องการผลตอบแทน การลงทุนในหุ้นก็เหมือนกัน ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นมี 2 รูปแบบ ได้แก่ :

1.เงินปันผล
หุ้นของกิจการส่วนใหญ่ ถ้ามีการเติบโตของผลกำไร ก็อาจจะมีการปันผลให้แก่นักลงทุน ซึ่งการจ่ายเงินปันผลก็จะมีการหักภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

2.เงินส่วนต่างราคาหุ้น
เนื่องตลาดมีความผันผวน ทำให้บางครั้งราคาหุ้นมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ถ้าหุ้นมีผลประกอบการดี และมีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นในอนาคต เราก็สามารถที่จะทำกำไรจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นได้

   10 หุ้นไทยน่าเล่นนั้นแบ่งได้ดังนี้

       1.JMT (บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส) ธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้ เข้าตลาดมา 9 ปี ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 48,038 ล้านบาท มีนักลงทุนมืออาชีพเข้าร่วม 4 รายคือ 1.นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ถือในลำดับที่ 3 ถือ 3.63%. 2.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ถือในลำดับที่ 4 ถือ 2.18% 3.น.ส.พิชญ์สินี เสรีวิวัฒนา (ลูกสาวดร.ไพบูลย์) ถือในลำดับที่ 6 ถือ 1.23% และ 4.นาย ณ ภัทร ปัญจคุณาธร (นักลงทุน VI) ถือในลำดับที่ 8 ถือ 1.03% โดยมี (บมจ.เจ มาร์ท) ถือใหญ่สุด 52.79%

JMT ผลตอบแทนราคาปี 64 YTD +22.22% ส่วนปี 63 คือ +80.00% และปี 62 คือ +78.57%

   

        2.JMART (บมจ.เจ มาร์ท) ธุรกิจจำหน่ายทั้งค้าปลีกและค้าส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ เข้าตลาด 14 ปี ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 41,473 ล้านบาท มีนายพีรนาถ โชควัฒนา ถือในลำดับที่ 6 ถือ 2.83% นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ถือในลำดับที่ 7 ถือ 2.74% โดยมีนายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ถือหุ้นใหญ่สุด 7.24%

JMART มีผลตอบแทนราคา ปี64 YTD +102.50% ส่วนปี 63 คือ 139.52% และปี 62 คือ 117.51%

       3.BEM (บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ) ธุรกิจก่อสร้างและบริหารทางพิเศษ เข้าตลาดมา 6 ปี ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 123,044 ล้านบาท มีนายวิชัย วชิรพงศ์ (เสี่ยยักษ์) ถือในลำดับที่ 6 ถือ 2.24% นายมิน เธียรวร ถือในลำดับที่ 10 ถือ 1.23% โดยมี บมจ.ช.การช่าง ถือใหญ่สุด 31.32% และยังมีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยถือ 8.22% บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือ 8.10% และสำนักงานประกันสังคมถือ 3.81%

BEM มีผลตอบแทนปี 64 YTD -3.01% ส่วนปี 63 คือ -23.85% และปี 62 คือ +12.37%

       4.RBF (บมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เข้าตลาดมา 1 ปี 6 เดือน ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 38,000 ล้านบาท มีนายพะเนียง พงษธา ถือในลำดับที่ 8 ถือ 0.70% นายชาย มโนภาส ถือในลำดับที่ 9 ถือ 0.61% และมีตระกูล “รัตนภูมิภิญโญ” ถือหุ้นใหญ่สุด 4 อันดับแรก และยังมีบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือในลำดับที่ 5 ถือ 5.51%

RBF มีผลตอบแทนราคา ปี 64 YTD +104.30% ส่วนปี 63 คือ +111.36% และปี 62 คือ +33.33%

       5.QH (บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้เช่า เข้าตลาดมา 30 ปี ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 26,357 ล้านบาทมี ดร.นิเวศน์ ถือในลำดับที่ 3 ถือ 2.33% นายปริญญา เธียรวร (ลูกชายนายมิน) ถือลำดับที่ 6 ถือ 1.49% น.ส.พิสชา เหมวชิรวรากร (ลูกสาว ดร.นิเวศน์) ถือในลำดับที่ 7 ถือ 1.40% และมีผู้ถือหุ้นใหญ่สุด คือ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 24.98% อันดับ 2 คือ บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 7.97%

QH มีผลตอบแทนราคา YTD+6.03% ส่วนปี 63 คือ -9.38% และปี 62 คือ -2.29%

       6.EASTW (บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก) เข้าตลาด 24 ปี ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 16,554 ล้านบาท มีนายมิน เธียรวร ถือในลำดับที่ 5 ถือ 2.07% ขณะที่ ดร.นิเวศน์ ถือในลำดับที่ 9 ถือ 0.60% มีการประปาส่วนภูมิภาค ถือหุ้นใหญ่สุด 40.20% และยังมีหน่วยงานรัฐอย่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถือในลำดับ 3 ถือ 4.57%

EASTW มีผลตอบแทนราคาปี 64 YTD +6.99% ส่วนปี 63 คือ -15.45% และปี 62 คือ +2.80%

       7.NOBLE (บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย รับจ้างก่อสร้าง เข้าตลาดมา 24 ปี ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 11,845 ล้านบาท มีนายนเรศ งามอภิชน ถือในลำดับที่ 6 ถือ 3.94% นายสถาพร งามเรืองพงศ์ ถือในลำดับที่ 8 ถือ 3.28% และมีนายธงชัย บุศราพันธ์ ถือใหญ่สุด 20.06% นอกจากนี้ ยังมี บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ถือ 9.30% บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือ 4.38% THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED ถือ 3.79%

NOBLE มีผลตอบแทนราคาปี 64 YTD +4.65% ส่วนปี 63 คือ +51.22% และปี 62 คือ +15.49%

       8.KISS (บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล) ธุรกิจพัฒนา จ้างผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพิ่งเข้าตลาดมา 2 เดือน ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 9,060 ล้านบาท มี นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี ถือในลำดับที่ 5 ถือ 4.17% นายสถาพร งามเรืองพงศ์ ถือในลำดับที่ 8 ถือ 1.05% และมี AURORA ASIA HOLDINGS PTE.,LTD. ถือใหญ่สุด 28.98% นอกจากนี้ ยังมีธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถือในลำดับที่ 7 ถือ 1.67% และ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ถือในลำดับที่ 9 ถือ 0.99%

KISS มีผลตอบแทนราคา ปี 64 ราคา IPO 9.00 บาท ล่าสุด ณ วันที่ 23 เม.ย.64 ปิดที่ 15.10 บาท เพิ่มขึ้น 6.10 บาท หรือ +67.78%

       9.IP (บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา) ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงาม เข้าตลาดมา 1 ปี 5 เดือน ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 4,449 ล้านบาท มีนายธำรงชัย เอกอมรวงศ์ ถือในลำดับที่ 6 ถือ 2.43% นายภาววิทย์ กลิ่นประทุม ถือในลำดับที่ 7 ถือ 1.88% โดยมี นายตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ถือใหญ่สุด 42.99% และยังมีนายธีรพงศ์ จันศิริ เจ้อพ่อทูน่าไทย เจ้าของและ CEO บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ถือในลำดับที่ 3 ถือ 5.00%

IP มีผลตอบแทนราคาปี 64 YTD +130.84% ส่วนปี 63 คือ +106.30% และปี 62 คือ -35.20%

      10.JUBILE (บมจ.ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์) ธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับเพชรและเพชรกะรัต เข้าตลาดมา 12 ปี ณ วันที่ 23 เม.ย.64 มาร์เกตแคป 4,748 ล้านบาท มีนายพีรนาถ โชควัฒนา ถือในลำดับที่ 8 ถือ 2.08% นาย ณภัทร ปัญจคุณาธร ถือในลำดับที่ 10 ถือ 1.44% และมีนายวิโรจน์ พรประกฤต ถือหุ้นใหญ่สุด 37.57%

JUBILE มีผลตอบแทนราคาปี 64 YTD +23.30% ส่วนปี 63 คือ +18.18% และปี 62 คือ +28.08%

     อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าใน 10 หุ้นไทยน่าเล่น เหล่านี้ผลตอบแทนราคาปี 64 YTD ส่วนใหญ่จะเป็นบวก และมีบางตัวย้อนหลังไปปี 62 และปี 63 ยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

Credit:  บทความ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *