หนี้ค่าบริการ หนี้ยุคใหม่ เต็มใจเป็น (หนี้ที่ไม่ใช่หนี้)

หนี้ค่าบริการ

หนี้ค่าบริการ หนี้ชนิดหนึ่ง ไม่ต้องดาวน์! ไม่มีดอกเบี้ย! หนี้ยุคใหม่ เต็มใจเป็น (หนี้ที่ไม่ใช่หนี้)

        หนี้ค่าบริการ หนี้ชนิดหนึ่ง ไม่ต้องดาวน์! ไม่มีดอกเบี้ย! แถมไม่ได้ผ่อนอะไร! แต่ต้องจ่ายทุกเดือนเมื่อเขาเรียกเก็บมา นี่แหละหนาหนี้ยุคใหม่!  สิ้นเดือนที่ผ่านมาคุณจ่ายหนี้ไปเท่าไหร่? เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนสินค้า หรือผ่อนชำระกู้ยืมต่าง ๆ ถ้าให้ตอบจริง ๆ เราก็พอนึกออกว่ามีมากน้อยเท่าไหร่ แต่นี่เป็นเพียง “หนี้” ที่เราผูกติดกับคำว่า “ผ่อน” ถ้าไม่ได้ไปดาวน์ ไม่มีดอก แต่เป็นหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือนล่ะ คุณว่าคุณมีไหม?

หนี้ค่าบริการ

       บทความสั้น ๆ เรื่องนี้ชวนมาทบทวนด้านการเงินกันสักนิด เรามีหนี้ยุคใหม่กันเดือนละเท่าไหร่ ที่จริงก็ใช่ยุคใหม่เสียทีเดียว บางเรื่องก็มีมานานแล้ว เพียงแต่เดิมที แต่ละเดือนอาจมีไม่มากหรือหลายรายการเหมือนทุกวันนี้ หนี้ประเภทที่เขาเรียกเก็บเรามาแล้วเราต้องจ่ายโดยไม่ใช่การผ่อนก็ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต และ ที่สำคัญคือค่า Subscription (การเป็นสมาชิก) ต่าง ๆ นั่นเอง

หนี้ค่าบริการ

      ส่วนหนึ่งที่มันแตกต่างเพราะหนี้ชนิดนี้เราไม่ได้เป็นสินค้าใด ๆ มา จึงอาจเรียกได้ว่า “หนี้ค่าบริการ” โดยอนาคตเชื่อว่ามีเป็นรูปแบบสินค้า, สิ่งของด้วยแน่ ๆ และมีบางธุรกิจทำเช่นนี้แล้ว เหมือนสำนักงานที่เช่าเครื่องถ่ายเอกสารมาใช้ อีกหน่อยจะเป็นพวกของใช้ใกล้ตัว อาจเริ่มจากรถยนต์..

     เราเองเป็นคนค่อนข้างระวังเรื่องหนี้สิน บัตรเครดิต ใด ๆ ก็ตามด้วยกลัวว่า ภาระผูกพันมันจะส่งผลยุ่งยากหมดอิสระภายหลัง แต่พอมาทบทวนเรื่องนี้พบว่า มีประมาณหนึ่งทีเดียว เพื่อให้เห็นภาพหนี้เหล่านี้ ขออนุญาติยกตัวอย่างของผม

  • ค่าโทรศัพท์ เดือนละ ประมาณ 600 บาท (รวมทุกเบอร์ ขนาดใช้โปรลับ และไม่นับเบอร์เติมเงิน)
  • ค่าอินเตอร์เน็ตบ้าน ประมาณ 650 บาท
  • ค่าสมาชิก ความบันเทิงต่าง ๆ เช่นพวกดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ประมาณ 135 บาท (ผมมีแค่แชร์ spotify กับ playstation plus เฉลี่ยจากรายปี พวกดูหนังซีรีส์มีแค่ HBO go รวมในเน็ตบ้านแล้ว)
  • ค่าบริการที่เกี่ยวกับงาน พวกโปรแกรมต่าง ๆ และการจัดเก็บข้อมูล Cloud เหล่านี้เลือกจ่ายรายปีหมด รวมแล้วประมาณ 7,750 หรือเฉลี่ยเดือนละ 645 บาท

     สรุปผมต้องจ่าย เดือนละ 2,030 บาท ย้ำว่ายังไม่รวมกรณีไปผ่อนสินค้า หรือซื้ออะไรใช้บัตรรูดปรื้ด ๆ 0% ไว้อีก ส่วนตัวแล้วที่ต้องจ่ายค่อนข้างจำเป็น จะไม่จำเป็นเลย ก็ 135 บาทเท่านั้นที่มันเป็นเรื่องความบันเทิง มีหลายอย่างผมยกเลิกไป หลายอย่างก็ชั่งใจอยู่ว่าอยากใช้ และบางส่วนก็เลี่ยงไปใช้ที่ไม่เสียเงินเอาบ้าง…

    เดือนละ 2 พัน มากน้อยหรือไม่นั้นตัดสินแทนกันไม่ได้ เพราะรายได้แต่ละคนไม่เท่ากัน เช่น ถ้ารายได้ 2 หมื่น มันคือ 10% คิดง่าย ๆ ก็เหมือนปี ๆ หนึ่งคุณทำงานฟรีหนึ่งเดือน* ยังไม่พอเพื่อจ่ายสิ่งเหล่านี้… (เดือนละ 2 พันก็ปีละ 2 หมื่น 4 พัน มากกว่าเงินเดือน 2 หมื่น)

    ที่แจกแจงของตัวเองมาเพียงเพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่าง และที่บอกว่าเป็นหนี้ยุคใหม่ เพราะนับวันการบริการแบบ Subscription หรือสมัครสมาชิกจะมีมากขึ้น ทั้งที่จำเป็น ทั้งน่าสนใจและช่วยเราสะดวกสบายมากขึ้นได้ วันนี้เราเองอาจมีไม่กี่อย่าง แต่วันหน้าดูท่าจะมีมากขึ้นตามโลกที่เปลี่ยนไป

    ประเด็นสำคัญอยู่ที่ เราเคยมาคำนวณหรือทบทวนกันบ้างหรือเปล่า เพียงเพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้มีรูปแบบ “ผ่อน” ไม่ได้เห็นว่าเป็น “สินค้า” ไม่ได้มาในเชิงทวงหนี้ตรง ๆ หลายอย่างไม่จ่ายก็ใช้ไม่ได้เราก็เหมือนถูกบังคับจ่ายถ้าอยากใช้ต่อ พาให้รู้สึกง่าย ๆ ว่า “น่าจะจำเป็น” แล้วพอมันไปรวมกับหนี้ที่ผ่อนอื่น ๆ ของเราเข้าไปอีกก็…

    ส่วนหนึ่งผมค่อนข้างเลือกจ่ายรายปีที่ได้ส่วนลด (ถ้ามั่นใจว่าต้องใช้แน่) กับเลือกปรับโปรโมชั่นหรือแผนบริการที่พอดีกับตัวเองที่สุด โดยต้องไม่ลืมด้วยว่าพวกรายปีทั้งหลาย มันอาจทำให้แต่ละเดือนมองไม่เห็นอีก เพราะจ่ายไปแล้ว แต่ถ้าไม่คิดคำนวณเผื่อไว้ จ่ายแต่ละทีสิ้นปีมีจุกเหมือนกัน

    สำหรับเรื่องนี้คงพอได้แง่คิดทบทวนอะไรกันไปบ้าง เขียนแชร์ฝากไว้เตือนกันเรื่องการเงิน…

    ปล.ค่าน้ำค่าไฟ ก็คล้ายประเภทหนึ่งแต่เป็นสิ่งซึ่งคงตัดทิ้งไม่ได้ คนมีรถค่าประกันต่อปีหรืออะไรคล้ายนี้ เอามาลองคิดดูด้วยก็ดีนี่เรามีหนี้เดือนนี้เท่าไหร่กัน?

Credit:  บทความ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *